3 เหตุผลที่เราควรอ่านกรมธรรม์ประกัน

การอ่านกรมธรรม์ แม้จะใช้เวลาหน่อยแค่ถือว่าคุ้ม

เพราะกรมธรรม์ประกันมีค่ามากกว่ากระดาษหนึ่งปึก


กรมธรรม์ต่างๆ ที่เราซื้อกันมาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราเคยศึกษากรมธรรม์ที่เราซื้อหรือไม่

ว่าคุ้มครองที่กล่าวถึงมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง? บางทีต้นทุนของความไม่รู้นั้นมีมูลค่ามหาศาลกว่าที่เราคิด


เพราะประกันก็ไม่ได้คุ้มครองทุกความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือไม่ได้คุ้มครองหากความเสียหายไม่เข้าเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์


ใครที่ยังไม่เคยอ่านกรมธรรม์ ลองดูสรุปโครงสร้างสำคัญของกรมธรรม์ใต้ภาพดู แล้วค่อยไปอ่านกรมธรรม์ฉบับเต็ม เชื่อว่าน่าจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้น


เจ้าของกรมธรรม์ควรอ่านกรมธรรม์ด้วยตัวเอง เพราะคุณคือคนที่ควรเข้าใจ รับรู้ถึงผลประโยชน์และข้อยกเว้นต่างๆ

ที่ได้รับ สุดท้ายแล้วผลดีผลร้าย ทุกอย่างก็ตกอยู่ที่ตัวคุณ อยู่ดี ไม่ว่าจะเลือกซื้อ ถูก หรือ ผิด ความต้องการ


คนกลางอย่าง ตัวแทน นายหน้า เขาเป็นคนที่แนะนำสินค้า อธิบายชี้เเจง

ลดเวลาเลือกซื้อให้คุณได้สิ่งที่ตรงความต้องการ


อย่างไรก็ดี คุณคือคนที่ควรรู้ผลประโยชน์ของคุณเองมากที่สุดแล้ว เพราะไม่มีใครรับผิดชอบชีวิต

เราได้ดีเท่าตัวเราเอง อีกแล้ว....

1. เนื้อหาครบถ้วน ทั้ง นิยาม ความคุ้มครอง ข้อยกเว้น วิธีปฏิบัติ

หากคุณได้ลองหยิบกรมธรรม์ขึ้นมาจะเห็นได้ว่าในเล่มกรมธรรม์ 1 เล่ม มีข้อความยาวเหยียดในทุกหน้ารวมกันแล้วก็หลายหน้าเลยทีเดียว นั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเบื่อ…

แต่การเสียเวลา30 นาที หรือ 1 ชม. มันจะเป็นประโยชน์กันคุณมากๆ ในระยะยาว

กรมธรรม์ประกันภัยที่เราหยิบมาเป็นตัวอย่างในวันนี้เป็นกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งถือว่าเป็นกรมธรรม์ที่เข้าใจได้ไม่ยากนัก เมื่อเทียบกับกรมธรรม์ลักษณะอื่นๆ

จากการอ่านกรมธรรม์เราสรุปได้ว่าภายในเล่มกรมธรรม์มีหัวข้อหลักๆด้วยกัน 3 หัวข้อดังนี้

1. คำนิยาม

2. ความคุ้มครอง

3. ข้อยกเว้น

ในหัวข้อที่ 1 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำนิยามต่างๆที่ใช้ในเล่มกรมธรรม์ ในส่วนนี้จะบอกว่าความหมาย

ของคำแต่ละคำหมายถึงอะไร

เช่น อุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากปัจจัยภายนอกร่างกายและทำให้เกิดผลกับผู้เอาประกันภัยโดยมิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง

หรือ แพทย์ หมายถึงใคร โรงพยาบาลหมายถึงอะไร ซึ่งหากเกิดเหตุอะไรขึ้นโรงพยาบาล แพทย์ หรืออื่นๆต้องตรงกับคำนิยามนี้ถึงจะเข้าเงื่อนไขประกัน…

หัวข้อที่ 2 ความคุ้มครอง

ในหัวข้อนี้ก็จะตรงตามชื่อเลย คือบอกความคุ้มครองที่ประกันคุ้มครองให้เราโดยจะระบุเงื่อนไขต่างๆของการประกันภัยไว้อย่างละเอียด และส่วนนี้ควรเป็นส่วนที่เราต้องอ่านอย่างละเอียดและทำความเข้าใจในเนื้อหาอย่างมากเพราะมันถือเป็นความคุ้มครองที่เราเลือกซื้อ

โดยตัวอย่างในส่วนนี้จะพูดถึงผลประโยชน์หากเกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด เช่น หากข้อมือคุณขาดจะได้รับความคุ้มครองอย่างไร? และหากขาดต้องขาดแบบไหนถึงตรงเงื่อนไข เพราะหากขาดไม่ตรงเงื่อนไขก็จะไม่ได้รับการคุ้มครอง

หัวข้อสุดท้าย หัวข้อที่ 3 ข้อยกเว้น

ส่วนนี้จะเป็นการบอกข้อยกเว้นการคุ้มครองของกรมธรรม์ฉบับนี้ โดยข้อยกเว้นนี้เกิดได้โดยหลายสาเหตุ ไม่ว่าผู้เอาประกันได้กระทำหรือไม่กระทำ หรือจะเป็นเพราะอาชีพที่ผู้เอาประกันทำก็มีผลในข้อนี้

โดยหากมีเหตุเกิดขึ้นตรงตามข้อยกเว้นก็จะหมดความคุ้มครองทันที

เป็นต้น

2. รู้จักตัวเองมากขึ้น

  1. ได้รู้ว่าสิ่งที่เรามีเพียงพอหรือไม่…ตรงกับความต้องการหรือเปล่า หากไม่เราก็จะได้แก้ปัญหาในการหาวิธีจัดการความเสี่ยงนั้นๆ เพิ่มเติม
  2. ได้รู้ว่าสิ่งที่เราได้รับมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง…หากถึงวันที่เกิดเหตุหรือใดๆเราจะได้รู้สิทธิของตัวเอง หรือรู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ทำสิ่งที่ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น หากคุณทำประกันอุบัติเหตุ แต่คุณดันเอาชีวิตไปเสี่ยงโดยการเล่นกีฬาผาดโผน นั่นอาจจะทำให้ประกันหมดความคุ้มครองทันทีที่คุณกระทำกิจกรรมนั้น
  3. ได้รับรู้สิทธิของตนเองว่าหากเกิดเหตุต่างๆเรามีสิทธิอะไรบ้าง เช่น หากเราเปลี่ยนอาชีพเป็นอาชีพที่เสี่ยงภัยลดลง ก็อาจจะทำให้เราลดเบี้ยได้และได้เบี้ยส่วนที่ส่งไปก่อนหน้าคืน

3. เข้าใจภาษากฎหมายและหลักกฎหมายประกันภัย

สุดท้ายสิ่งที่เราได้จากการอ่านกรมธรรม์ประกัน คือการเข้าใจหลักการและภาษาของกฎหมายประกันภัยมากขึ้น ทำให้รู้ว่าธุรกิจประกันก็เป็นเพียงธุรกิจหนึ่ง ที่มีหลักการ ข้อปฏิบัติ ไม่ใช่การโกงเงินกัน ตามที่หน้าข่าวชอบออกมา แต่ทุกๆ ข้อร้องเรียนนั้นมีหลักการที่มาที่ไปเสมอ


Retirement Planning & Wealth Management


© All 2021 All rights reserved. by MeeMoney