Evergrande กับ กองทุนจีน 20/9/2021

Evergrande จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นบริษัทอสังหาฯขนาดใหญ่มากในจีน และติดอันดับ บ.ขนาดใหญ่สุดในโลก 500 บริษัทแรกตามขนาดของรายได้ มีโครงการในมือกว่า 1300 โครงการ ใน 280 เมืองในจีน บริษัทนี้จ้างงานรวมกว่า 3 ล้านคน

  • โตด้วยการกู้เงินมาซื้อที่ดิน สร้างโครงการ แล้วขาย Presale เอาเงินไปหมุนโครงการต่อไป ช่วงเศรษฐกิจดีก็โต พอเศรษฐกิจชะลอก็ยังไหว แต่มาเจอกับมาตรการ three red lines คุมการกู้เงิน ทำให้กู้เงินมาหมุนยาก ไม่มีเงินมาหมุน
  • เรื่องเริ่มเข้มข้น ช่วงเดือนกันยายน เมื่อจดหมายขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลท้องถิ่นรั่วออกมา นักลงทุนก็กังวลเป็นเรื่องขึ้นมา ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นกู้ร่วงมาแล้ว 80% โดนลดเครดิตลงมาโดยเริ่มต้นที่ B+ จนเป็น CC ในเดือน กันยายน ขณะเดียวกัน Evergrande ขายหุ้นบริษัทในเครือได้เงินมา 8,000 ล้านดอลลาร์ เวลาที่เหลือของปีนี้ไม่มีหนี้ครบกำหนดแล้ว มีแต่จ่ายดอกเบี้ยรายเดือน
  • ปีหน้ามีหนี้ครบชำระประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์ เงินที่มีอยู่ยังพอไหว แต่ปริ่มๆน้ำ ประเด็นคือ เงินกู้ส่วนใหญ่กู้จากธนาคารในประเทศ ถ้า Default จะกระทบตลาดตราสารหนี้ซึ่งน่ากังวลน้อยกว่าเสถียรภาพในประเทศ แต่อย่างน้อยสำหรับเงินต้นก็ยังมีเวลาให้ปรับเปลี่ยนแก้ไขอยู่บ้าง
  • หนี้ 300,000 ล้านดอลลาร์ เป็นทั้งหนี้ระยะสั้น ยาว และเจ้าหนี้การค้า

ผลกระทบต่อกองทุนจีน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. #กองทุนที่เกี่ยวกับบริษัทEvergrandeตรงๆ

2. #กองทุนที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม


  1. กองทุนที่มีเอี่ยวกับบริษัท Evergrande

#มีสัดส่วนหุ้น (Stock)

  1. TISCOCH 0.11%
  2. SCBCE 0.09%
  3. PWIN <0.1%
  4. PCGREEN 0.5%
  5. KFMINCOME 0.32%
  6. KFCMEGA-A 0.26%
  7. KF-CHINA 0.07%

จะเห็นว่ากองทุนหุ้นจีนที่มีเอี่ยวกับ Evergrande นั้นมีสัดส่วนการถือครองค่อนข้างน้อยถึงน้อยมากผลกระทบต่อกองหุ้นจึงถือว่าค่อนข้างต่ำ คราวนี้มาดูกองหุ้นกู้กันบ้าง

#มีสัดส่วนหุ้นกู้ (Bond)

  1. TMB-T-ES-Aplus 0.20%
  2. TMBASIAB 0.84%
  3. MCBOND 0.14%
  4. KTCHINABOND-A 0.14%
  5. KFAHBON-A 1.70%

สำหรับหุ้นกู้ กองทุนกลุ่มนโยบาย High yield bond นั้นอาจได้รับผลกระทบมากกว่าหน่อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับน้อยอยู่สำหรับบางกอง

มากันที่กลุ่มที่ 2 คือ

2. กองทุนที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม

ข่าวใหญ่ขนาดนี้สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือ ความรู้สึกอารมณ์ของตลาด (Sentiment) ต่อจากนี้ แม้ว่าในวันที่ข่าวนี้ออกมาตลาดหลักของจีน อย่าง CSI300 ในวันศุกร์จะไม่ได้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับข่าว แถมปิดบวกขึ้มาประมาณ 1% อีกด้วย ตอบรับข่าวการเสริมสภาพคล่องของ PBOC อัดฉีดสุทธิเข้าระบบ 9 หมื่นล้านหยวน โดยให้เหตุผลเพื่อเสริมสภาพคล่องช่วงสิ้นไตรมาส ก่อนถึงช่วงหยุดยาว Golden Week 1-7 ต.ค.

อย่างไรก็ตามกองทุนหุ้นจีนคงเลี่ยงกระแส Sentiment ไม่ได้ โดยเช้าวันจันทร์นี้ 20/9/2021 ตลาดหุ้นฝั่งฮ่องกง (ตลาดที่ Evergrande จดทะเบียน)ก็ลบลงไปกว่า 4% แล้ว และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากหน่อย ก็จะเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และ สถาบันการเงินที่อาจมีการถือหุ้นกู้ Evergrande ไว้อีกทอดนึงนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม กูรูการลงทุนอย่าง อจ. นิเวศน์ ได้ออกมาให้มุมมองว่า "กรณีของเอเวอร์แกรนด์ไม่น่าจะก่อวิกฤติอะไรต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนของจีนและของโลก" เนื่องจากสถาบันการเงิน หรือ Supplier ที่เกี่ยวข้องกับ Evergrende นั้นมีความกระจายสูง ดังนั้นโอกาสการล้มต่อเนื่องน่าจะมีน้อย

#ประเด็นที่ต้องติดตามต่อในอนาคต

  1. รัฐบาลจีนจะยื่นมือเข้ามาไหม ถ้ามา จะมาในรูปแบบไหน
  2. การแก้ปัญหาของ Evergrande ต่อผู้บริโภคที่มาเรียกร้องขอเงินคืน
  3. การคืนดอกเบี้ยรายเดือนของเงินกู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะสั้น

วิบากกรรมด่านเคราะห์ หุ้นจีนดูยังจะไม่จบลงง่ายๆ เเต่อย่างน้อยๆ เรื่องนี้อาจจะช่วยลดความตึงเครียดเรื่องการจัดระเบียบของธุรกิจจากรัฐบาลจีนลงได้บ้างในระยะสั้น

สำหรับใครที่มองการเติบโตภาพใหญ่ของประเทศจีนและลงทุนไว้ เราคงต้องมองข้ามข่าวร้ายในระยะสั้น และถือสัดส่วนตามพอร์ตการลงทุนที่ได้จัดเตรียมตามที่วางแผนไว้ เราจะต้องผ่าน "ปีชง" นี้ไปให้ได้


#ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน #อย่าเพิ่งลงทุนถ้ายังไม่ได้กำหนดเป้าหมาย #อย่าเพิ่งลงทุนถ้ายังไม่ได้จัดพอร์ต


ที่มาข้อมูล

Bloomberg / Reuters / Nomura / ประชาชาติธุรกิจ


Retirement Planning & Wealth Management


© All 2021 All rights reserved. by MeeMoney