7 เรื่องราวการลงทุนจากงาน

StockRadar Day 2023

เมื่อวันที่ 4/2/2566 ที่ผ่านมาปุ้นมีโอกาสเข้าร่วมงาน Stock Radar Day สำหรับใครที่ไม่รู้จัก Stock Radar เค้าเป็นผู้ให้บริการ Application Screen หาหุ้นตามเงื่อนไขต่างๆ เช่น อัตราส่วนทางการเงิน การจ่ายปันผล การเติบโต เป็นต้น ถือเป็นตัวช่วยการลงทุนที่สะดวกมากๆ


งาน Stock Radar Day เข้าชมในโรงหนังและมี Speakers หลากหลายคนเวียนกันขึ้นมาพูด

เหมือนเรานั่งดูหนังซักเรื่องหนึ่ง


Session 1 คุณปิง ประกิต สิริวัฒนเกตุ

เป็นอีกหนึ่งคนที่ปุ้นชอบฟัง Live ของพี่เค้าในตอนเช้า

หัวข้อ สร้างพอร์ตสู่อิรภาพการเงินก่อนที่จะสายเกินไป

ชีวิตเรามีความกลัวมากมาย กลัวข้างบ้าน กลัวฝุ่น กลัวความจน กลัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ กลัวเมีย

บางทีเราก็เลือกลืมความกลัว และคิดว่าชีวิตจะเติบโตไปได้เรื่อยๆ แต่ชีวิตจริง มันพร้อมสะดุด สะดุดกับดัก Lifestyle หรูหรา สะดุดความหน้าใหญ่ใจโต สะดุดวิกฤตสุขภาพและอื่นๆ อีกมากมาย หากไม่เตรียมตัวเราจะจบลงด้วย “การพึ่งพาเบี้ยชราภาพเดือนละ 600 บาท” พี่ปิงให้ แนวทางไปทำการบ้านต่ออย่างการเลือกลงทุนในดัชนี SETHD (ดัชนีหุ้นไทยปันผล) หรือถ้าอยากขยันหน่อยเพื่อหวังผลตอบแทนที่มากขึ้นก็ ไปทำ Stock Selection ในแง่ของ High Dividend


Session 2 คุณนิ้วโป้ง อธิป

ครั้งนี้มาในเรื่องชีวิตเศร้าที่ลุ้นระทึกในช่วงโควิด จากการที่ลงทุนจังหวะก่อนเกิดโควิดได้ไม่นานด้วยความคิดว่า “วิกฤตคงไม่มาแล้วมั้ง”

แต่แล้ว วิกฤตก็ตามมาหลังจากนั้นไม่นาน ทำให้พี่นิ้วโป้งต้องลงทุนในท่าที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการ เกาะชิดติดตลาด ซื้อๆ ขายๆ วิ่งสู้ฟัดเพื่อให้พอร์ตกลับมาให้ได้ หลังบาดเจ็บหนัก จากที่เข้าเร็วเกินไป ทำให้พอวิกฤตมาจริงๆนั้น กลายเป็นว่า

“หาหุ้นไม่ยาก แต่หาเงินสดยากกว่า”

ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ตนเองไม่เคยทำ ชีวิตเครียดถึงขั้นนอนฝันร้าย ซื้อๆขายๆ หาเงินสดกู้พอร์ต

จนจบลงแบบ Happy Ending พอร์ตกลับสู่สภาพที่เหมาะกับตัวเอง สู้จนเอาคืนมาจนได้ สุดท้ายพี่นิ้วโป้งให้ข้อคิดไว้ว่า เพราะตลาดหุ้นเป็นสิ่งมีชีวิต เราต้องปรับวิธีคิดเพื่อไปต่อ เราอาจจะใช้กระบวนท่าเดิมๆ ในอดีตไม่ได้อีกแล้ว


Session 3 น้องเนย Stock JourNoey

นี่เป็นครั้งแรกที่ปุ้นได้ฟังน้องเนย น้องเนยเล่าประสบการณ์การลงทุนส่วนตัว และการแบ่งพอร์ตตามระยะการลงทุน สั้น กลาง ยาว ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่นักลงทุนมือใหม่ต้องเข้าใจให้ดี เพื่อให้เราลงทุนอย่างมีแบบแผน และที่สำคัญอย่างลืม จดบันทึกการ Trade ในทุก ๆ ครั้ง ในโลกกการลงทุน เราจะไม่หาทางลัด แต่เราต้องหาตัวช่วย


Session 4 คุณเชาว์ เฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ นายกสมาคม ThaiVI

คุณเชาว์ เป็นคนจริงที่สามารถหาหุ้น x100 เท่า จาก 1 ล้านเป็น 100 ล้านได้จริง และที่สำคัญนักลงทุน VI มีคนทำได้กันหลายร้อยคน มีชื่อเรียกเฉพาะว่าหุ้น Home-run ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับปู่บัฟเฟด การรู้จักเลือกหุ้นดีมีป้อมปราการ สามารถแข่งขันในตลาดของตัวเองได้ นักลงทุนสไตล์นี้มีหลักการคือเรามีสิทธิซื้อหุ้นได้ ไม่กี่ครั้ง เช่นลองกำหนดดูว่าเรามีสิทธิซื้อหุ้นได้เเค่ 20 ตัว ในชีวิต หลังจากนี้เราก็จะไม่ซื้อหุ้นมั่วซั่ว


Session 5 คุณมด มนสิช จันทนปุ่ม ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ แมงเม่าคลับ

เวลาลงทุนเราใช้หลัก Begin with the end in mind เราต้องรู้ว่าเราอยากได้อะไร และ We all have different end goals เราแต่ละคนมีเป้าหมาย นิสัยไม่เหมือนกัน เราต้องหากระบวนท่าที่เหมาะสมกับตัวเราเองให้ได้ ตั้งเป้าหมาย ตั้งเงื่อนไขข้อจำกัดที่ตัวเรารับได้ เช่น

  1. ผลตอบแทนทบต้น CAGR ต้องเท่าไหร่
  2. Max DD รับขาดทุนได้สูงสุดเเค่ไหน
  3. Longest DD รับขาดทุนสูงสุดได้นานขนาดไหน
  4. Monthly consecutive loss เห็นขาดทุนได้นานเเค่ไหน
  5. Cash Holding (Trading) การซื้อๆ ขายๆ บ่อยไหม

ทุกกลยุทธ์การลงทุนมีช่วงที่ Underperform ของตัวเองเสมอ ไม่มีการลงทุนไหนชนะได้ทุกขณะเวลา


Session 6 พี่ต้น เผดิมภพ

เนื่องจากพี่ต้นเป็นนักลงทุนแนว Momentum Investor สายดู Fund Flow เม็ดเงินหมุนเวียนในตลาด หรือ เรียกง่ายๆ ว่า ดูว่าขาใหญ่จะลงทุนอะไร สายนี้ต้องรู้จักการดูตัวเลขเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ GDP โดยในมุมมองพี่ต้นคิดว่าฝั่ง เมกา มีความน่าสนใจในมุม Yield ของตราสารหนี้ระยะสั้น 2 ปี และ การขึ้นดอกเบี้ยจากนี้ก็ไม่น่าจะรุนแรงมาก เช่นที่ผ่านมา สำหรับหุ้นมองไปที่หุ้นตลาดใหญ่อย่าง เมกา และ ยุโรป มุมมองหุ้นไทย เรามีกลุ่มเดียวที่ฟื้นคือ หุ้นท่องเที่ยว แต่ก็คิดว่าเเถวนี้ยังไม่น่าสนใจ อาจจะรอดูอีกทีปลาย ก.พ. เพื่อจับตาดู วันที่ 15/2 ประกาศตัวเลข GDP ไทยไตรมาส 4 และ 28/2 ประกาศตัวเลข ม.ค. 66


Session 7 เสวนา ดร.นิเวศน์ ปะทะ เสี่ยป๋อง

ในมุมเทคนิคซึ่งเเน่นอนว่ามาจากเสี่ยป๋อง ยังมองหุ้นไทยเป็นขาขึ้นได้

(แต่จะใช้เวลาขนาดไหน อันนี้ไม่มีใครบอกได้)

ในมุมพื้นฐาน อย่างฝั่ง ดร. นิเวศน์ เศรษฐกิจไทยเรายังพึ่งพาท่องเที่ยว และเหมือนจะไม่ค่อยมีปัจจัยเติบโตใหม่อะไรที่จะมาช่วย แต่ที่หุ้นไทยไม่ลงไปไหนมากนัก อาจจะเพราะ There is no alternatives

คนไทยรุ่นใหญ่มีเงิน หุ้นก็จะแกว่งไปอยู่แบบนี้ (เป็นมาตั้ง 10 ปี) ด้วย Dividend Yield พอหุ้นลงหน่อยก็มีเม็ดเข้ามาซื้อๆไว้ เพราะไม่รู้จะไปลงที่ไหน ทรัพย์สินที่คนรุ่นใหญ่มักซื้อไว้กัน ส่วนมากก็หนีไม่พ้น หุ้น ที่ดิน ทองคำ วนๆ เวียนๆ สำหรับการหาหุ้น Home-run เหมือนที่ดร. เคยได้จาก CPALL นั้น ยุคนี้ทำได้ยากขึ้น ต้องทำ Stock Selection หนักขึ้น และแม้แต่ ดร.นิเวศน์เองก็ยังออกปากว่า "ในภาวะนี้ผมเองก็ยังหาไม่ได้"

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศที่เล็งไปที่ เวียดนาม เพราะ เห็นแบบอย่าง พอจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง มีภาพอดีต ที่คล้ายกันมากให้ดู ส่วนตลาดเมกา ไม่ได้ไปลงรายตัว เพราะคิดว่าไม่มีความรู้เพียงพอ ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อ สำหรับประเทศผู้นำอย่างนี้

นี่คือสิ่งที่ตัวปุันได้จากงานในวันนั้น และคิดว่าเป็นประโยชน์กับการลงทุนพอร์ตของตัวเองมากๆเลยค่ะ

เลยอยากเก็บมาฝากทุกคน

สุดท้ายคิดว่าเราต้องรู้จักตัวเอง หารูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับตัวเรา เงินเรา ให้เจอ การลงทุนแบบหุ้นรายตัว ไม่มีใครรวยเพราะฟังคนอื่น เราต้องทำการบ้านด้วยตัวเอง ใช้ตัวช่วยทางการเงินที่มีอยู่ล้นตลาด

แต่อย่าคิดที่จะพึ่งทางลัด

เป็นการใช้เวลาที่สนุกมากจริงๆ ค่ะ ไว้มีโอกาสจะเก็บมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ

โชคดี มีกำไร ปลอดภัยจากการลงทุน

#MeeMoney #MeeMeoneyLesson

ข้าวปุ้น

นักวางแผนการเงิน CFP


Retirement Planning & Wealth Management


© All 2021 All rights reserved. by MeeMoney